คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตบางพลัด

1.วัดวิมุตยาราม    ตั้งอยู่ที่ซ.จรัญสนิทวงศ์ 98 วัดนี้สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยดูจากหลักฐานการสร้างพระประธานในอุโบสถที่จารึกไว้ว่าสร้างเมื่อพุทธศักราช 2356 หลังสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เพียง 31 ปีเท่านั้น และเป็นวัดเดียวจากสามวัดในหมู่บ้านบางละมุดนี้ ที่รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ภายในพระอุโบสถวัดวิมุตฯประดิษฐานพระประธานนามพระพุทธชินโรจน์รังสีธรรมชยวิสุทธิ์ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นเรื่องราวเกี่ยวพระพุทธประวัติ ทศชาติ ประเพณีต่างๆ และวิถีชีวิตของชาวบ้านสมัยโบราณ เมื่อเดินออกมาจากพระอุโบสถ ที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ที่เป็นที่เคารพนับถือของคนในชุมชน

Image

2.มัสยิดดารุล-อหุซาน  ตั้งอยู่ที่ซ.จรัญฯ 94 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในเขตมัสยิดเมื่อเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนฉันยืนอยู่ในต่างแดน ในเมืองคนรวยที่ครบวงจรทั้งบ้านเรือนหลังใหญ่ที่สวยงาม โรงเรียนอนุบาล และมัสยิดที่ยึดเหนี่ยวทางใจ มัสยิดดารุลจึงเป็นทั้งสถานที่เผยแพร่ศาสนาอิสลาม ส่งเสริมสาธารณสุข และส่งเสริมการศึกษาทางศาสนาอิสลาม

Image (1)

3.มัสยิดบางอ้อ  ตั้งอยู่ใน ซ.จรัญฯ86 ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นกัน มัสยิดนี้โดดเด่นด้านสถถาปัตยกรรม โดยในอดีตชุมชนมุสลิมบางอ้ออพยพมาจากอยุธยาเมื่อครั้งเสียกรุง และมาตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของแขกแพ โดยใช้แพที่อยู่เป็นที่ทำการของศาสนา เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนมากขึ้นจึงได้ขยับขยายสร้างสถานที่ใหม่บนพื้นดินเป็นอาคารไม้ทรงสี่เหลี่ยม ขนาดพอๆกับแพ
ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2448-2458 ได้มีการสร้างมัสยิดถาวรขึ้นเป็นอาคารไม้ทรงปั้นหยาที่ใหญ่กว่าเดิม ใช้เป็นที่ละหมาดและเรียนอัลกุรอาน จนในปีพ.ศ.2462 จึงได้สร้างอาคารมัสยิดหลังปัจจุบันขึ้น มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว ก่ออิฐถือปูนตามลักษณะของสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์รีไววัลผสมผสานกับอิทธิพลของศาสนาอิสลาม หลังคาเป็นทรงปั้นหยามีชายคาเป็นหลังคาคอนกรีตแบนและมีลูกกรงระเบียงที่มีลวดลายปูนปั้นและเครื่องประดับโดยรอบหลังคา

Image (2)

4.วัดอาวุธวิกสิตาราม” หรือ “วัดบางพลัดนอก”  ตั้งอยู่ที่ซ.จรัญฯ72 ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่กว่า 200 ปี สันนิษฐานว่ามีพระสงฆ์และชาวบ้านจำนวนหนึ่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ ที่แห่งนี้ จนราวพ.ศ.2422 จึงได้มีการสร้างวัดขึ้นอย่างถาวรตรงปากคลองบางพลัด และในปีพ.ศ.2441 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวัดดังปัจจุบัน ภายในวัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปสำคัญคือ “หลวงพ่อสัมฤทธิ์”(สำริด) พระพุทธปฏิมาเก่าแก่เนื้อสำริดอายุนับร้อย ๆ ปี ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์หลวงพ่อสัมฤทธิ์นี้มีผู้คนบอกเล่าสืบๆ กันมาว่า เมื่อมากราบไหว้บูชาขอพรแล้ว ทุกข์โศกโรคภัยไข้เจ็บก็จะมลายหายไป ความปรารถนาทุกอย่างจะสำเร็จภายในเร็วพลัน

Image (3)

5.วัดสิงห์   เป็นวัดเล็กๆที่ตั้งอยู่ใน ซ.จรัญฯ64 สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นราว พ.ศ.2326 ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บริเวณที่ตั้งวัดเดิมเคยเป็นที่พักทัพในสมัยก่อน จึงสันนิษฐานว่าผู้สร้างวัดคงจะเป็นแม่ทัพในสมัยนั้น เมื่อเสร็จศึกแล้วจึงสร้างวัดขึ้นไว้เพื่อเป็นการล้างบาปจากศึกสงคราม
ภายในมีอุโบสถหลังเก่าก่ออิฐถือปูนที่ดูเก่าแก่แต่สวยงาม สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นราว พ.ศ.2326 ภายในอุโบสถมีพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง และพระอัครสาวกเบื้องซ้ายและขวา ส่วนอุโบสถหลังใหม่นั้นสร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.2502 ภายในประดิษฐานประพุทธรูปหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาเลื่อมใสและเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์

Image (4)  Image (8)

6.“วัดบวรมงคลฯ”หรือ “วัดลิงขบ” ตั้งอยู่ ในซ.จรัญฯ46 โดยชื่อของวัดนี้มีคำเล่าลือต่อๆกันมาว่า ลุงขบ เป็นผู้มีถิ่นฐานมั่นคงอยู่ในบริเวณแถวนี้ และมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงสร้างวัดนี้ถวายเป็นสังฆาราม ชาวบ้านนิยมนับถือลุงขบมาก จึงเรียกว่า ”วัดลุงขบ” แต่ต่อมาภาษาได้กร่อนไปจึงกลายเป็น วัดลิงขบ
ในรัชกาลที่ 2 ทรงพระราชทานนามใหม่ให้ และได้ทรงสถาปนาเป็นพระอารามหลวงเป็นครั้งแรก แต่ยังไม่มีผู้นิยมเรียก ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ 4 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้กรมขุนธิเบศร์บวรปฏิสังขรณ์วัดอีกครั้ง และพระราชทานนามใหม่ว่า ”วัดบวรมงคลราชวรวิหาร” โดยวัดแห่งนี้เคยเป็นวัดมอญ ต่อมาเมื่อปีพ.ศ.2462 จึงได้เปลี่ยนมาเป็นวัดธรรมยุตซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของประเทศไทย ภายในวัดยังคงมีสถาปัตยกรรมศิลปะมอญให้เราได้เห็นกันก็คือ เจดีย์หงษา ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเจดีย์หมู่ 9 องค์ ประกอบด้วยเจดีย์ใหญ่ 1 องค์ และองค์บริวาร 8 องค์ อยู่บนฐานเดียวกัน ส่วนพระอุโบสถนั้นตั้งอยู่ในระเบียงคต ลักษณะเป็นหลังคาลด 3 ชั้น ประดับช่อฟ้า ใบระกาหน้าบันเป็นรูปพัดยศและลายเครือเถา เพดานเขียนลายจีนบานประตูหน้าต่างทาสีแดง มุมทั้งสี่มีพระเจดีย์ประจำทิศอีกด้วย

Image (5) Image (6)

7.วัดคฤหบดี   ตั้งอยู่ในซ.จรัญฯ44 เป็นวัดที่พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่) ต้นสกุลภมรมนตรี ได้ยกบ้านเดิมของท่านให้สร้างเป็นวัดในสมัยรัชกาลที่ 3 และพระองค์ได้พระราชทานพระแซกคำไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถด้วย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดให้ทำการปฏิสังขรณ์วัดคฤหบดีครั้งใหญ่ และได้ทรงพระราชทานตราประจำรัชกาลพระองค์ท่านประดิษฐานไว้จนทุกวันนี้
โดยหลวงพ่อแซกคำเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทองคำโบราณสมัยเชียงแสน ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นราว พ.ศ.1700-1800 นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีอภินิหารศักดิ์สิทธิ์คู่กับพระแก้วมรกต ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถทรงจีน หลังคาลด 2 ชั้น ไม่มีช่อฟ้าใบระกา หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ และเครื่องถ้วยชามดูสวยงามในแบบศิลปะจีน

Image (7)

อ้างอิงจาก http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000114281

กลุ่มเยาวชนบางพลัด

สสัสดีค่ะ พวกหนูคือ กลุ่มเยาวชนอาสา เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ต้องการช่วยเหลือชุมชน โดยรับทำเอกสาร กร๊าฟฟิค ทำเว็บไซต์สโมสร รับถ่ายรูปและช่วยงานตำแหน่งต่างๆในสโมสร

รายได้ 50% จะเข้ากองทุนจัดตั้ง และสนับสนุนเยาวชน อาสา ประจำเขตบางพลัด

เขตบางพลัด

เขตบางพลัด 
ที่ตั้ง
เดิม สถานที่ทำการสำนักงานเขตบางพลัดเป็นอาคารชั่วคราว โดยใช้อาคารเรียนของโรงเรียนวัดบางพลัด ซึ่งตั้งอยู่ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด เป็นที่ทำการมีพื้นที่ 1 ไร่ 1 งาน25 ตารางวา โดยเสียค่าเช่าที่ดินแก่วัดบางพลัดปีละ 3,000 บาท ค่าภาษี 321.56 บาท ต่อมา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2538 กรุงเทพมหานครได้อนุมัติเงินจำนวน 165 ล้านบาท เพื่อให้สำนักงานเขตบางพลัด จัดซื้อที่ดินแห่งใหม่ ตั้งอยู่ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ติดกับคลองบางพระครู แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด มีพื้นที่รวม 3 ไร่ 62 ตารางวา สภาพที่ดินหน้ากว้างติดถนน 30 เมตร มีอาคารเดิม ค.ล.ส. 2 ชั้น 1 หลัง ขนาด ประมาณ 21.00 x 60.00 เมตร ทำการปรับปรุงและต่อเติมบางส่วนเป็นอาคาร 7 ชั้น เพื่อใช้เป็นที่ทำการสำนักงานเขตแห่งใหม่เป็นการถาวร มีพื้นที่ใช้สอยมากเพียงพอต่อการให้บริการ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ งบประมาณ ที่ใช้ในการก่อสร้างโดยประมาณ 103,600.00 บาท ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง ระหว่างปี พ.ศ. 2540 ถึงปี พ.ศ. 2542 ปัจจุบัน สำนักงานแห่งใหม่ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 39 ถนนจรัญสนิวงศ์ ( ติดคลองบางพระครู ) แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด และเปิดให้บริการแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2542
ความหมาย “บางพลัด”

“บาง”  หมายถึง  ทางน้ำเล็ก ๆ ทางนํ้าเล็กที่ไหลขึ้นลงตามระดับนํ้าในแม่นํ้าลําคลอง หรือทะเล ตําบลบ้านที่อยู่หรือเคยอยู่ริมบางหรือในบริเวณที่เคยเป็นบางมาก่อน, โดยปริยายหมายถึงทั้งหมู่
“พลัด”  ในที่นี้หมายถึง “พลัดหลง”  มิใช่ “พลัดพราก” ตามที่เข้าใจกัน  คำว่า “พลัด” ในปัจจุบันหมายถึง “พลัดมา” เนื่องจากมีผู้คนย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยอยู่ที่บางพลัดเป็นจำนวนมาก  เมื่อมาอยู่ที่บางพลัดแล้วต่างมีความสุขความเจริญกันถ้วนหน้า  เป็นเจ้าของกิจการใหญ่ตัว  เจ้าของโรงเรียน  เจ้าของโรงแรม  เจ้าของโรงพยาบาล  เจ้าของห้างสรรพสินค้า  เป็นต้น
บางพลัดเป็นบางที่มีพื้นที่สวนผลไม้และป่าไม้หนาแน่น  เป็นท้องที่ที่ไม่มีถนน  เป็นพื้นที่ลุ่มมีทางน้ำธรรมชาติ (บาง)  ลำราง  และลำประโดงมากมาย  มีแต่ทางหลวงเล็ก ๆ ลัดเลาะลดเลี้ยวไปตามหมู่บ้าน  การเดินทางส่วนใหญ่ใช้เรือ  และเนื่องจากบาง  ลำราง  ลำประโดง  ทางเดินจะมีลักษณะคดเคี้ยว  ลดเลี้ยว  ทางแยกวกวน (คล้ายเขาวงกต)  ผู้ที่ไม่เคยชินทางเมื่อเดินทางเข้ามาที่บางพลัดแล้วมักจะหลงทางหาทางออกไม่ถูกคล้ายหลงป่า  ชาวบ้านเลยตั้งชื่อแถวนี้ว่า “บางพลัด”

ประวัติศาสตร์

เดิมเขตบางพลัดมีฐานะเป็นอำเภอชั้นในอำเภอหนึ่งของพระนคร มีชื่อว่า อำเภอบางพลัด ต่อมาถูกลดฐานะเป็น ตำบลบางพลัด ขึ้นอยู่กับอำเภอบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี ภายหลังได้มีการรวมจังหวัดธนบุรีกับจังหวัดพระนครเข้าด้วยกันเป็นจังหวัดนครหลวงกรุงเทพธนบุรี และเปลี่ยนเป็นกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2515 ตำบลบางพลัดจึงเปลี่ยนฐานะเป็น แขวงบางพลัด เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ต่อมาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2532 กรุงเทพมหานครได้จัดตั้งสำนักงานเขตบางกอกน้อย สาขาบางพลัด ขึ้นดูแลพื้นที่แขวงบางพลัด บางอ้อ บางบำหรุ และบางยี่ขัน ซึ่งต่อมาท้องที่ทั้ง 4 แขวงนี้ได้ยกฐานะขึ้นเป็น เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2532 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตบางกอกน้อยและจัดตั้งเขตบางพลัด

และเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ได้มีประกาศของกระทรวงมหาดไทย เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตบางพลัด โดยตัดพื้นที่แขวงบางบำหรุและบางยี่ขัน เฉพาะส่วนที่อยู่ทางทิศใต้ของถนนบรมราชชนนีและถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า กลับไปเป็นพื้นที่ในการปกครองของเขตบางกอกน้อยอีกครั้ง

การแบ่งเขตการปกครอง
เขตบางพลัดแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 4 แขวง (khwaeng) ได้แก่

1. บางพลัด (Bang Phlat)
2. บางอ้อ (Bang O)
3. บางบำหรุ (Bang Bamru)
4. บางยี่ขัน (Bang Yi Khan)

 

ข้อมูลสถิติเขตบางพลัด
พื้นที่
พื้นที่เขต 11.36 ตารางกิโลเมตร
ทิศเหนือ : ติดอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยมีทางรถไฟสายใต้เป็นเส้นแบ่งเขต
ทิศใต้ : ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และแขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย โดยมีถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า และถนนบรมราชชนนีเป็นเส้นแบ่งเขต
ทิศตะวันออก : ติดแม่น้ำเจ้าพระยา
ทิศตะวันตก : ติดเขตตลิ่งชัน โดยมีคลองบางกอกน้อยเป็นเส้นแบ่งเขต และส่วนหนึ่งติดกับอำเภอบางกรวย โดยมีทางรถไฟสายใต้เป็นเส้นแบ่งเขต

การแบ่งเขตการปกครอง
แบ่งออกเป็น 4 แขวง ได้แก่
1. แขวงบางยี่ขัน พื้นที่ประมาณ 2.886 ตร.กม.
2. แขวงบางบำหรุ พื้นที่ประมาณ 2.332 ตร.กม.
3. แขวงบางพลัด พื้นที่ประมาณ 3.296 ตร.กม.
4. แขวงบางอ้อ พื้นที่ประมาณ 3.846 ตร.กม.
.

จำนวนประชากร ณ เดือนธันวาคม 2552

ชาย

47,078

หญิง

54,198

รวม

101,276

สมาชิกอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.)
ได้จัดอบรมอปพร.รวม                                          19 รุ่น
มีจำนวนสมาชิก                                             1,162 คน
ประธานรุ่นที่ 19 คือ นายพิธิวัฒน์  ภิญโญชีพ

ชุมชนในพื้นที่เขต

แขวงบางพลัด
ชุมชนวัดเพลง
ชุมชนคลองสวนพริก
ชุมชนดวงดี
ชุมชนพัฒนาซอย 79
ชุมชนวัดบางพลัด
ชุมชนสวนปรก
ชุมชนซอยจรัญฯ72
ชุมชนสะพานยาว
ชุมชนวัดภาณุรังษี
ชุมชนวัดเทพากร
ชุมชนวัดเทพนารี
ชุมชนเจ้าพระยาสยาม
ชุมชนจรัญฯ66/1
ชุมชนศาลเจ้าปุงเท่ากง

แขวงบางอ้อ
ชุมชนวัดวิมุตยาราม
ชุมชนสงวนทรัพย์
ชุมชนวัดฉัตรแก้วจงกลณี
ชุมชนชินศรี91
ชุมชนแสงทอง
ชุมชนมัสยิดบางอ้อ-จรัญฯ86
ชุมชนพัฒนาซอย85
ชุมชนคลองบางพระครู
ชุมชนคลองมะนาว
ชุมชนจรัญวิถี74
ชุมชนริมคลองบางพลัด
ชุมชนร่วมใจสามัคคี
ชุมชนเติมสุข

แขวงบางบำหรุ
ชุมชนมะพร้าวคู่
ชุมชนวัดรวกบางบำหรุ
ชุมชนบ้านญวณ
ชุมชนโค้งมะขาม
ชุมชนคลองบางบำหรุ
ชุมชนร่วมพัฒนาซอยจรัญฯ65

แขวงบางยี่ขัน
ชุมชนวัดสิงห์
ชุมชนวัดภคินีนาถ
ชุมชนวัดบวรมงคล
ชุมชนสะพานไม้
ชุมชนวัดคฤหบดี
ชุมชนบ้านปูน
ชุมชนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์
ชุมชนศรีอุลัย
ชุมชนวัดดาวดึงษาราม
ชุมชนโค้งถ่าน
ชุมชนคลองเจ้าครุฑ
ชุมชนวัดทอง
ชุมชนรถไฟวรพงษ์
ศาสนสถาน แบ่งเป็นวัด 23 วัด มัสยิด 2 แห่ง และศาลเจ้า 2 แห่ง
วัดสังกัดมหานิกาย มี 20 วัด คือ

1. วัดวิมุตยาราม
2. วัดใหม่เทพนิมิตร
3. วัดจตุรมิตรประดิษฐาราม
4. วัดเปาโรหิตย์
5. วัดน้อยนางหงษ์
6. วัดบางพลัด
7. วัดอมรคีรี
8. วัดสิงห์
9. วัดพระยาศิริไอยสวรรค์
10. วัดรวกบางบำหรุ
11. วัดภาณุรังษี
12. วัดคฤหบดี
13. วัดเทพนารี
14. วัดทอง
15. วัดฉัตรแก้วจงกลณี
16. วัดดาวดึงษาราม
17. วัดเทพากร
18. วัดบางยี่ขัน
19. วัดเพลง
20. วัดภคินีนาถ
วัดสังกัดธรรมยุตนิกาย มี 3 แห่ง คือ
1. วัดบวรมงคล
2. วัดอาวุธวิกสิตาราม
3. วัดสามัคคีสุทธาวาส
มัสยิด มี 2 แห่ง คือ
1. มัสยิดบางอ้อ
2. มัสยิดดารุลอิหซาน
ศาลเจ้า มี 2 แห่ง คือ
1. ศาลเจ้าปุงเท่ากง
2. ศาลเจ้าพ่อเสือ

มูลนิธิและสมาคม

มูลนิธิ
มูลนิธิพระครูอนุกูลพิทยา(เส่งอินทสโร)วัดน้อยนางหงษ์
มูลนิธิรามฤทธิไกรมานะจิตต์
มูลนิธิมุสลิมกรุงเทพวิทยาทานมูลนิธิ
มูลนิธิเพื่อการศึกษา(ปานคฤหเดช)โรงเรียนวัดศิริไอยสวรรค์
มูลนิธิชิตสนองสินาคโยธารักษ์โรงเรียนวัดคฤหบดี
มูลนิธิโรงเรียนวัดรวก
มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดเทพากร
มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดสามัคคีสุทธาวาส
มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดวิมุตยาราม
มูลนิธิส่งเสริมการศึกษา”วัดฉัตรแก้วจงกลณีราษฎร์อุทิศ”โรงเรียนวัดฉัตรแก้วจงกลณี
มูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร
มูลนิธิทุนศรีวิสุทธิวงศ์โรงเรียนวัดบวรมงคล
มูลนิธิไทยพวน
มูลนิธิวัดฉัตรแก้วจงกลณี
มูลนิธิชาวพุทธพาต้า
มูลนิธิวัดเทพากร
มูลนิธิพระศรีสมโพธิ(บุญลอยรัตนโชโต)วัดคฤหบดี
มูลนิธิพัฒนาจิต
มูลนิธิไพบูลย์รัตนาตั้งแต่ง
มูลนิธิต่อต้านโรคมะเร็ง
มูลนิธิทศพลรัตน์
มูลนิธิผู้หญิง
มูลนิธิท่านน้อยและท่านขลิบ
มูลนิธิดำรงผล
มูลนิธิบางอ้ออิสลาม
มูลนิธิมัสยิดดารุล-อิหฺซาน
มูลนิธิสนธิอิสลาม
มูลนิธิวัดดาวดึงษารามมหาเวกานุสรณ์
มูลนิธิไพศาลธวัชชัยนันท์
มูลนิธิยุวพุทธพัฒนา
มูลนิธิศาสตราจารย์ดร.กำจรมนุญปิจุ
มูลนิธิพรหมสงเคราะห์บ้านกล้วย
มูลนิธินายสวัสดิ์จันทร์แสงสี
มูลนิธิการกุศลท่านเลื่อน
มูลนิธิพลอากาศโทหลวงปรุงอำไพปรีชากาศ
มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาโรงเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม
มูลนิธิสายสกุลสุลต่านสุลัยมาน
มูลนิธิป.ชื่นประโยชน์
มูลนิธิพรเทพ-ปภัสราเตชะไพบูลย์
มูลนิธิบุญนาคเชาวนปรีชา
มูลนิธิเสริมศิริมงคล
มูลนิธิมิตรพันมุขตารี
มูลนิธิเขมะสิริอนุสรณ์
มูลนิธิวัฒนมงคล
มูลนิธิขวัญบางพลัด
มูลนิธิสถาบันภูดาดฟ้า
มูลนิธิคุณยายบางเวมลาน
มูลนิธิเพื่อช่วยเหลือชุมชนซอยเจ้าพระยาสยาม(99)
มูลนิธิพระเทพญาณวิศิษฎ์(เปลี่ยนญาณฐิโต)วัดบวรมงคล
มูลนิธิวัดทอง
มูลนิธิเด็ก
มูลนิธิจตุธรรมธาดา
มูลนิธิวัดวิมุตยาราม
มูลนิธิเพื่อธรรมชาติและธรรมอันบริสุทธิ์
มูลนิธิสันติภาพและวัฒนธรรม
มูลนิธิช่อเขียวมะกอก
มูลนิธิอดีตตุลาการ
มูลนิธิอริยาภา
สมาคม
สมาคมกานต์พจน์แห่งประเทศไทย
สมาคมราชการุญ
สมาคมศิษย์เขมะสิริอนุสรณ์
สมาคมพงษ์พุทธมนต์สมาคม
สมาคมต่อต้านโรคมะเร็งแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
สมาคมวิทยุสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
สมาคมสโมสรชาวปทุมวัน
สมาคมชาวหัวหิน
สมาคมผู้อาสาสมัครและช่วยการศึกษา
สมาคมชาวพิจิตร
สมาคมประสานมิตรและสามัคคีธรรม
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัดบวรมงคล
สมาคมสโมสรชาวกรุงธนสามัคคี
สมาคมชาวซังฮีสามัคคี
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวิมุตยารามพิทยากร
สมาคมศิษย์เก่าวิมุตยารามพิทยากร
สมาคมรุ่งศรีสัมพันธ์
สมาคมชาวเลิศพัฒนาใต้
สมาคมนักธุรกิจรักษาความมั่นคงภายใน
สมาคมมิตรบางพลัด
สมาคมร่วมกิจพัฒนา
สมาคมเสริมศึกษาสัมพันธ์ธรรมศาสตร์
สมาคมนิมิตรพัฒนา
สมาคมป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวง
สมาคมร่วมศิริมิตร
สมาคมศิริพจน์
สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
สมาคมร่วมมมิตรจรัญฯ62
สมาคมร่วมพัฒนาการส่งออก
สมาคมนครหลวงสามัคคี
สมาคมชินเขตพัฒนา
สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศิริศาสตร์
สมาคมสงเคราะห์ผู้สูงอายุมุสลิม
สมาคมนิติกร
สมาคมริมฝั่งน้ำ
สมาคมวิจิตร
สมาคมพลังร่วมสามัคคี
สมาคมสามัคคีการทัพ
สมาคมร่วมมิตรชาวประดู่
สมาคมเพื่อการพัฒนาพื้นฐานคุณภาพชีวิต
สมาคมสงเคราะห์ผู้ใช้แรงงานชาวสุรินทร์ในกรุงเทพ
สมาคมอัมรินทร์นวดแผนโบราณ
สมาคมผู้ประกอบการค้าตลาดบางขุนศรี
สมาคมผู้ใช้ยาสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณทองเพลง
สมาคมสงเคราะห์เยาวชน
สมาคมศิษย์เก่าอินทรอาชีวศึกษา
สมาคมผู้ใช้สมุนไพรแพทย์แผนโบราณวัดบวรมงคล
สมาคมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาชุมชน
สมาคมเพื่อการพัฒนาและบริการชุมชน
สมาคมนักภาษีอากรไทย
สมาคมศิษย์เก่าบูรณวิทย์และสตรีบูรณวิทย์
สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนประมุขวิทยา
สมาคมผู้พิพากษาสมทบคดีแรงงาน
สมาคมศิษย์เก่ากายภาพบำบัดมหาวิทยาลัยมหิดล
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนบางอ้อศึกษา

 

แหล่งที่มา : http://www.ram6.ac.th/EconomySociety.asp